ผู้สูงอายุ กับ ภาวะการขาดน้ำ

กลุ่มผู้สูงอายุจะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการขาดน้ำสูง รวมทั้งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่ากลุ่มอื่น หากเกิดภาวะขาดน้ำขึ้น วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับภาวะนี้กันให้เข้าใจมากขึ้น เพื่อให้วางแผนป้องกันอันตรายจากภาวะนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

Continue reading “ผู้สูงอายุ กับ ภาวะการขาดน้ำ”

เมื่อผู้สูงอายุนอนไม่หลับ

ภาวะนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ

เมื่อย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ สังเกตว่าหลาย ๆ คนจะเปลี่ยนเวลานอน บางคนนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ทั้งคืน บางคนเริ่มหลับยากมาก หรือนอนหลับแล้วตื่นเช้ามากเกินไปจนไม่สามารถหลับต่อได้ จนส่งผลให้ผู้สูงอายุและผู้ดูแลเกิดความเหนื่อยล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจทำให้ผู้สูงอายุมีอารมณ์หงุดหงิด และง่วงมากในระหว่างวัน หรือบางคนอาจถึงขั้นติดยานอนหลับ

จริงหรือไม่ที่คนเราต้องการเวลานอนหลับน้อยลงตามอายุที่มากขึ้น?

เนื่องจากภาวะนอนไม่หลับพบบ่อยในผู้สูงอายุ หลาย ๆ ครั้งจึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า การเปลี่ยนแปลงในการนอนนี้เกิดจากการที่ผู้สูงอายุมีความต้องการในการนอนน้อยลงตามอายุที่มากขึ้นหรือไม่ แท้จริงแล้ว มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้การนอนไม่มีคุณภาพ เช่น การงีบหลับกลางวันมากไป การนอนไม่เป็นเวลา การใช้เตียงเพื่อจุดประสงค์อื่นนอกเหนือจากการนอน เช่น ดูทีวี เล่นโทรศัพท์ รับประทานอาหารบนเตียง

นอกเหนือจากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น ผู้สูงอายุอาจจะมีโรคทางกายบางอย่างที่รบกวนการนอน เช่น ต้องตื่นมาปัสสาวะกลางคืนบ่อยๆ เนื่องจากเป็นโรคต่อมลูกหมากโต เบาหวาน โรคไต หรือทานยาขับปัสสาวะก่อนนอน หรืออาจเกิดจากการหอบเหนื่อย เนื่องจากเป็นโรคหัวใจวาย โรคถุงลมโป่งพอง หรือมีอาการปวดข้อ ปวดปลายประสาท แม้กระทั่งโรคทางใจ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล ภาวะสมองเสื่อมที่ทำให้การรับรู้เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ การได้รับยาหรือสารบางชนิดที่มีฤทธิ์กระตุ้นสมอง เช่น เครื่องดื่มคาเฟอีน นิโคตินในบุหรี่ แอลกอฮอล์ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุนอนไ่ม่หลับได้เช่นกัน1

เคล็ดลับสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหานอนไม่หลับ

  • ควรเข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลา
  • สร้างบรรยากาศห้องนอนให้เหมาะสมกับการนอน คือ มืด เงียบ อุณหภูมิเหมาะสม เพื่อให้เมลาโทนินหลั่ง ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเข้าสู่วงจรการนอนหลับ2
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควรออกกำลังกายห่างจากเวลานอนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เนื่องจากการออกกำลังกายกระตุ้นการหลั่งสารอะดรีนาลีน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการตื่น ทำให้นอนไม่หลับ3
  • ก่อนเข้านอนควรทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลงเบา ๆ นั่งสมาธิ หลีกเลี่ยงการคิดเรื่องหนัก ๆ
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อหนักก่อนนอน อาจดื่มนมอุ่น ๆ จะช่วยให้หลับดีขึ้น
  • ไม่ควรใช้เตียงเพื่อจุดประสงค์อื่นนอกเหนือจากใช้เพื่อนอน
  • หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน
  • หยุดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มคาเฟอีน
  • หากนอนไม่หลับอย่าพยายามฝืนหลับ ควรลุกออกมาหากิจกรรมอื่นทำ เช่น อ่านหนังสือ สวดมนต์ ฟังเพลง เมื่อง่วงแล้วจึงกลับไปนอนที่เตียงใหม่
  • หากปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นแล้วยังนอนไม่หลับ ผู้ดูแลควรพาผู้สูงอายุมาพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด
  • ไม่ควรซื้อยานอนหลับมารับประทานเอง การรักษาภาวะนอนไม่หลับด้วยยาควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจาก ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากยานอนหลับสูงกว่าคนวัยอื่น

 ผู้เขียนบทความ 

พญ. วชิราภรณ์ คูณรังษีสมบูรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ

 

References

1Hazzard’s Geriatric Medicine and Gerontology, 6th Ed, 2009.

2Buysse DJ, et al. A Neurobiological Model of Insomnia. Drug Discov Today Dis Models, 2011.

3Saper CB, et al. Hypothalamic regulation of sleep and circadian rhythms. Nature, 2005.

ทำอย่างไรจึงชะลอการเสื่อมสลายของกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ

ร่างกายเมื่ออายุหกสิบปีชะลอการสร้างกล้ามเนื้อโดยที่ การทำลายเซลล์กล้ามเนื้อยังคงอยู่ นั้นก็หมายความว่า ที่มีอยู่แล้วจะค่อยๆหายไป เรื่อยๆ ทั้งจำนวนเซลล์ และ ขนาดของเซลล์ ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นปัญหาของผู้สูงอายุที่ว่า ในบ้างครั้ง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีประวัติอุบัติเหตุ  แต่กลับเคลื่อนไหวได้ช้าลง เดินเหินไม่คล่องเหมือนแต่ก่อน และยิ่งมีความเสี่ยงอย่างมากต่อการล้ม นำไปสู่การเป็นผู้ป่วยติดเตียง

Continue reading “ทำอย่างไรจึงชะลอการเสื่อมสลายของกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ”

การจัดอาหารสำหรับผู้สูงอายุ

แนวทางการจัดอาหารให้ผู้สูงอายุ

วัยสูงอายุเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและสรีรวิทยาหลายด้านด้วยกัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพได้ ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่มักพบในวัยนี้ได้แก่

  • ความต้องการพลังงานโดยรวมลดลง เพราะมีมวลกล้ามเนื้อและกระดูกที่ลดลงตามอายุ อีกทั้งมักพบว่ามีกิจกรรมทางกาย (การขยับร่างกาย) ที่ลดลง จึงทำให้ร่างกายใช้พลังงานน้อยลง และอาจมีปัญหาความอยากอาหารลดลงอีกด้วย จึงอาจทำให้ได้รับสารอาหารลดลง
  • มีความต้องการโปรตีนที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น สืบเนื่องจากมวลกล้ามเนื้อที่ลดลง จึงทำให้มีโปรตีนสะสมในร่างกายน้อยลงด้วย จึงทำให้ไม่มีแหล่งโปรตีนสะสมเพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายมีความต้องการโปรตีนเพิ่มขึ้น ในช่วงเจ็บป่วย มีบาดแผล และระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานน้อยกว่าวัยอื่นๆ ผู้สูงอายุที่มักมีปัญหาความอยากอาหารที่ลดลงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงควรรับประทานแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพ ย่อยง่ายและนำไปใช้ได้เป็นอย่างดี จึงจะเหมาะสมที่สุด
  • มวลกระดูกที่ลดลงตามวัย จะส่งผลให้เกิดปัญหากระดูกบางและแตกหักได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเกิดการกระทบกระแทกแม้ไม่รุนแรง
  • การดูดซึมวิตามินบี 12 ที่ลดลง เนื่องจากเกิดความเปลี่ยนแปลงของระบบในการดูดซึมบี 12 จึงทำให้ผู้สูงอายุอาจมีภาวะขาดวิตามินบี 12 ซึ่งมีบทบาทในการทำงานของระบบประสาทและการสร้างเม็ดเลือด การขาดวิตามินนี้จะมีบทบาทต่อการควบคุมกล้ามเนื้อและอาจมีโอกาสพลัดตกหกล้มเพิ่มขึ้นได้

การดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารที่เหมาะสมจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยดูแลให้สุขภาพวัยเหล่านี้แข็งแรงมากขึ้น และเหมาะสมแก่วัย หัวใจหลักของการจัดเตรียมอาหารให้วัยสูงอายุ สามารถแยกเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

  • คำนึงถึงความปลอดภัยทางอาหารสูงสุด หมายถึง การปรุงประกอบ การล้างวัตถุดิบ การเก็บรักษา ต้องคำนึงถึงสุขอนามัยเป็นหลัก เพราะวัยนี้จะประสบปัญหาติดเชื้อ ท้องเสียได้ง่ายกว่าวัยอื่นๆ อีกทั้งเป็นวัยที่ได้รับผลกระทบจากท้องเสียรุนแรงที่สุด และอาจถึงชีวิตได้ หลักการความปลอดภัยทางอาหารสามารถแยกง่ายๆ ได้ดังนี้
    1. แยกเขียงและพื้นที่ปรุงและเสิร์ฟอาหาร ป้องกันการปนเปื้อนข้ามกันระหว่างวัตถุดิบที่ยังไม่ผ่านความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อหรือทำให้สุก กับอาหารที่พร้อมรับประทานแล้ว
    2. หากปรุงจำนวนมากเกิน “ควรแบ่งรับประทานออกมาตั้งแต่แรก” และแยกส่วนที่กินไม่หมดแช่ตู้เย็นเก็บไว้ เพราะการรับประทานเหลือแล้วเก็บ จะทำให้อาหารเสียง่ายขึ้น
    3. เมืองไทยเป็นเขตอากาศที่เหมาะสมกับการเจริญของแบคทีเรีย ไม่ควรเก็บอาหารไว้ในตู้กับข้าวที่ไม่ควบคุมอุณหภูมิ
    4. ผู้ปรุงอาหารควรล้างมือให้สะอาดทั้งขั้นตอนปรุงอาหารและนำเสิร์ฟ
  • คำนึงถึงความเหมาะสมในการตัก เคี้ยว กลืนของผู้สูงอายุ ชิ้นส่วนวัตถุดิบหรืออาหาร ไม่ควรมีส่วนที่เป็นอันตรายหากกลืนได้ เช่น ก้าง กระดูกหรือวัตถุดิบที่แข็งเกินไป ควรเป็นส่วนประกอบที่นิ่ม ไม่เหนียวเกินไป เคี้ยวได้ง่าย ชิ้นไม่ใหญ่จนเกินไป ควรตัดแบ่งให้เหมาะสมตั้งแต่ขั้นตอนปรุงอาหารหรือก่อนนำเสิร์ฟ สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุที่มีปัญหาในการกลืนอาหาร ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกิจกรรมบำบัด ถึงขั้นตอนในการทำบำบัด และอาจปรึกษานักกำหนดอาหารเพื่อข้อมูลในการปรับเนื้อสัมผัสอาหารให้เหมาะกับการฝึกกลืน
  • ลดหวาน มันและเค็มลง แม้เราจะมีรายงานว่าผู้สูงอายุจะกินอาหารได้น้อยลง เพราะรับรู้รสชาติอาหารได้ลดลง แต่การเพิ่มปริมาณเครื่องปรุงให้รสจัดขึ้น จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า ให้ใช้การปรุงอาหารที่อิงเครื่องเทศ สมุนไพรเป็น เพราะวัตถุดิบเหล่านี้จะมีปริมาณโซเดียม ไขมันและน้ำตาลน้อยมาก และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสุขภาพทุกคนอีกด้วย เช่น ตะไคร้ กระเทียม หอมใหญ หอมแดง กระชาย ใบกะเพรา โหระพา
  • เพิ่มการกินผักและผลไม้ทุกชนิด เพราะสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินต่างๆ ในแหล่งอาหารนี้ จะช่วยให้สุขภาพสมบูรณ์ได้ดี และควรบริโภคธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
  • ปรับเปลี่ยนแหล่งโปรตีนให้หลากหลาย เช่น ปลา ถั่วต่างๆ เนื้อไก่ เนื้อหมูไม่มีมัน
  • หากดื่มนมวัวได้ ควรดื่มวันละ 1-2 กล่องและควรเลือกนมพร่องมันเนยหากทำได้

เท่านี้ การเตรียมอาหารสำหรับผู้สูงอายุ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากอีกต่อไป ขอเพียงคำนึงถึงหลักสำคัญข้างต้นก็เพียงพอแล้วกับการดูแลพวกท่านครับ

อ้างอิง

วิตามินบี 12 กับผู้สูงอายุ : ทำไมต้องให้ความสำคัญ

วิตามินบี 12 กับผู้สูงอายุ : ทำไมต้องให้ความสำคัญ

เราทุกคนต้องการมีสุขภาพที่แข็งแรงผ่านการรับประทานอาหารที่หลากหลายและได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน สารอาหารหลายชนิดได้รับความสนใจและให้ความสำคัญเป็นวงกว้าง เช่น วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก ซึ่งปัญหาในการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอจนเกิดภาวะขาดสารอาหารได้ มักพบในกลุ่มคนเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้ที่ฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วย เด็กที่รับประทานอาหารไม่หลากหลาย รวมทั้งผู้สูงอายุที่มักประสบปัญหาหลายด้าน ซึ่งเป็นอุปสรรคในการบริโภคอาหาร เช่น สุขภาพช่องปากไม่แข็งแรง ลำไส้ทำงานได้ประสิทธิภาพลดลง เป็นต้น และเรามักให้ความสำคัญไปที่แคลเซียม (มีผลต่อสุขภาพกระดูก) หรือเหล็ก (มีผลต่อเลือด) ทั้งที่มีสารอาหารอีกชนิดหนึ่ง ที่มักโดยมองข้ามไป วันนี้เราจะมาคุยกันถึงวิตามินบี 12 ครับ

วิตามินบี 12 คืออะไร และพบได้ในแหล่งอาหารใดบ้าง

วิตามินบี 12 มีอีกชื่อหนึ่งคือโคบาลามิน (Cobalamin) ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มวิตามินบี ซึ่งมีบทบาทในการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายเกือบทุกส่วน บี 12 มีบทบาทสำคัญในการทำให้การสร้างเม็ดเลือดมีความสมบูรณ์และยังมีผลต่อการทำงานของระบบประสาทอีกด้วย โดยทั่วไปแล้ว ภาวะการขาดวิตามินบี 12 จะค่อนข้างพบได้น้อย เพราะวิตามินนี้พบได้จากการบริโภคอาหารที่มาจากสัตว์ทุกชนิด เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ นม ไข่ โยเกิร์ต เราจึงไม่ค่อยพบภาวะขาดวิตามินชนิดนี้ในคนทั่วไป แล้วทำไมถึงเกิดภาวะนี้ได้ เราต้องเข้าใจธรรมชาติของสารอาหารตัวนี้กันก่อน สารอาหารตัวนี้จะเข้าสู่ร่างกายเริ่มจากภายหลังที่เราบริโภคอาหาร กรดในกระเพาะอาหารและสารช่วยในการดูดซึมวิตามินบี 12 (ถูกสร้างขึ้นภายในกระเพาะอาหาร) จะเข้ามาจับและรักษาสภาพวิตามินนี้ ให้เดินทางผ่านไปยังพื้นที่ของลำไส้เล็กส่วนปลายได้อย่างปลอดภัย และถูกดูดซึมเพื่อนำไปใช้ในร่างกายได้

เหตุผลใดที่ทำให้ผู้สูงอายุขาดวิตามินบี 12

ในผู้สูงอายุ จะมีความเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลายจุด ตั้งแต่การหลั่งกรดที่ลดน้อยลงกว่าวัยอื่นๆ เพราะอวัยวะมีการเสื่อมถอยลงบ้าง ปัญหาเรื่องการเคี้ยวอาหารได้ไม่ดีเพราะสุขภาพฟันและเหงือกไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ตลอดจนความอยากอาหารที่ลดน้อยลง ทุกปัจจัยสามารถเกิดร่วมกันจนส่งผลให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอได้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ได้รับวิตามินบี 12 น้อยลงและส่งผลให้เกิดภาวะขาดสารอาหารชนิดนี้ได้ในที่สุด อาการแสดงจากการขาดวิตามินบี 12 จะไม่รุนแรงจนเห็นได้ชัด แต่เมื่อนำมาตรวจร่างกายโดยละเอียดและเจาะเลือดร่วมด้วย จึงจะพบอาการดังต่อไปนี้ได้

  • ภาวะโลหิตจาง ชนิดเม็ดเลือดแดงมีขนาดใหญ่กว่าปกติ (จะทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนได้น้อยลง)
  • มีอาการทางระบบประสาท เช่น ชาตามปลายมือหรือปลายเท้า ควบคุมกล้ามเนื้อที่ใช้ในการทรงตัวหรือเดินได้ไม่ดี (อาจเพิ่มความเสี่ยงในการพลัดตกหกล้มได้) รวมทั้งอาจเกิดอาการทางสมองร่วมด้วยได้

ภาวะการขาดวิตามินบี 12 จึงค่อนข้างส่งผลอย่างมากต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ การให้ความสำคัญในการได้รับสารอาหารชนิดนี้จึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเหมาะสม

เคล็ดลับเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันการขาดวิตามินบี 12

วิธีการปรับเปลี่ยนและบริหารอาหารต่อไปนี้ นับเป็นวิธีที่ผลและทำได้ไม่ยาก สามารถเลือกปฏิบัติตามได้ตามความเหมาะสมและความต้องการของแต่ละครอบครัวได้

  1. ปรับเปลี่ยนเมนูอาหารให้มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ทุกมื้อ
  2. เน้นเลือกเนื้อสัตว์ที่เคี้ยวและย่อยง่าย เพื่อลดปัญหาการไม่ยอมรับอาหารของผู้สูงอายุ เช่น ไก่ ปลา ไข่
  3. ปรับการปรุงอาหารให้มีลักษณะอ่อนนุ่ม รับประทานได้ง่าย เช่น ต้ม ตุ๋น นึ่ง ผัด ตลอดจนหั่นให้เนื้อสัตว์มีขนาดเล็ก จะช่วยให้กินได้ง่ายขึ้น
  4. กระตุ้นให้มีการดื่มนมวัว หรือบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมวัว เช่น โยเกิร์ต ชีส เป็นครั้งคราวเพื่อลดความเสี่ยงในการได้รับวิตามินบี 12 ไม่เพียงพอ
  5. สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี หากไม่มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ และไม่มีโรคประจำตัวที่กำลังรักษา แนะนำให้บริโภควิตามินและแร่ธาตุรวมวันละ 1 เม็ด หรืออาจใช้ลักษณะกินบ้าง ลืมบ้างก็ได้ โดยควรอยู่ภายใต้การดูแลของคนในครอบครัว
    1. หากมีโรคประจำตัว มีการใช้ยาเป็นประจำอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

หากแพทย์วินิจฉัยว่าผู้สูงอายุที่เราดูแลขาดวิตามินนี้แล้ว ควรซื้อวิตามินบี 12 ชนิดเสริมมาบริโภคหรือไม่ ?

  • เมื่อแพทย์พบว่ามีโอกาสเสี่ยงหรือภาวะขาดวิตามินบี 12 จริง จะมีการจ่ายยา/ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาให้ ให้รับประทานตามคำสั่งของแพทย์ หรือคำแนะนำของเภสัชกร
  • เมื่อรับประทานจนหมดแล้ว อาจกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง เพื่อปรึกษาแนวทางการรักษาต่อ
  • ควรปรึกษานักกำหนดอาหาร ในการวางแผนการบริโภคอาหารเพื่อลดความเสี่ยงในการขาดวิตามินบี 12
  • ไม่แนะนำให้ซื้อวิตามินบี 12 มารับประทานด้วยตนเอง ควรผ่านการวินิจฉัยโดยแพทย์ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานทางการแพทย์เสียก่อน

แหล่งอ้างอิง

  • A David Smith, and Helga Refsum. Vitamin B-12 and cognition in the elderly. Am J Clin Nutr February (2009) vol. 89 no. 2 707S-711S
  • Stover PJ. Vitamin B12 and older adults. Current opinion in clinical nutrition and metabolic care. (2010) ;13(1):24-27. doi:10.1097/MCO.0b013e328333d157.

ผู้สูงอายุจะกินอย่างไรให้ได้โปรตีนเพียงพอ?

เวลาเราพูดถึงอาหารของผู้สูงอายุ ผู้ดูแลหลาย ๆ ท่านก็มักจะนึกไปถึงอาหารที่อ่อน นิ่ม เคี้ยวง่าย ทำให้เวลาจัดอาหาร เราก็จะเห็นอาหารที่หน้าตาซ้ำ ๆ เดิมอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นข้าวต้มหรือโจ๊ก พร้อมกับข้าวที่นิ่ม ๆ เช่นจับฉ่าย เต้าหู้ หมูหยอง ฯลฯ หลาย ๆ ท่านถือคติว่ากินอะไรได้ก็ดีกว่าไม่กิน เพราะครั้นจะหาโอกาสทำกับข้าวเอง ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบก็ทำให้ทำได้ยาก ทำให้เรื่องของโภชนาการกลายเป็นเรื่องที่ถูกละเลยไปพอสมควรครับ

ต้องบอกว่า การที่ผู้สูงอายุรับประทานอาหารชนิดเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ไม่หลากหลาย นอกจากที่จะทำให้เบื่ออาหารได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังมีโอกาสทำให้ผู้สูงอายุมีภาวะขาดสารอาหารได้ด้วยครับ ซึ่งภาวะขาดสารอาหารนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดในผู้สูงอายุที่มีรูปร่างผอมเท่านั้นนะครับ ผู้สูงอายุที่ไม่ผอมก็สามารถเกิดปัญหานี้ได้เช่นกันครับ สารอาหารตัวหนึ่งที่สำคัญมาก และมีแนวโน้มที่จะขาดได้ง่าย ที่เราจะพูดถึงในวันนี้ ก็คือโปรตีนครับ

แน่นอนว่าในผู้ใหญ่โดยทั่วไป เรามักจะไม่ค่อยพบปัญหาการขาดโปรตีน เนื่องจากโปรตีนมีอยู่ในอาหารหลากหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อสัตว์ นม และไข่ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารหลักที่ให้โปรตีน แต่ในผู้สูงอายุ เรามักจะพบว่าการบริโภคเนื้อสัตว์มีปริมาณลดลงเนื่องจากลักษณะของเนื้อสัตว์ที่อาจจะเหนียว เคี้ยวยาก ทำให้ผู้สูงอายุหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ ทำให้โอกาสได้รับโปรตีนนั้นลดลงไป หากไม่ได้บริโภคอาหารอื่น ๆ ที่ให้โปรตีนเป็นประจำ เช่น ไข่ นม หรือเต้าหู้ ทำให้โดยภาพรวมแล้ว เราพบว่าปริมาณโปรตีนที่ผู้สูงอายุได้รับ มักจะมีแนวโน้มที่ลดลงจากวัยผู้ใหญ่ และในบางคนอาจจะได้รับไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการทำงานของร่างกายหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายครับ เพราะโดยธรรมชาติ ร่างกายของผู้สูงอายุจะมีการฝ่อของกล้ามเนื้อไปตามอายุ (Sarcopenia) แต่หากกินโปรตีนไม่เพียงพอ สมดุลโปรตีนในร่างกายติดลบ ร่วมกับการที่มีกิจกรรมทางกาย และการออกกำลังกายที่ลดลง) ก็จะทำให้อัตราการฝ่อของกล้ามเนื้อมีแนวโน้มที่จะเร็วขึ้น ทำให้ความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันด้วยตนเองลดลงอย่างรวดเร็วครับ

แล้วจะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุได้รับโปรตีนเพียงพอ? โดยทั่วไปแล้ว ผู้ใหญ่จะต้องการโปรตีนประมาณวันละ 0.8 – 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน ซึ่งถ้าคำนวณคร่าว ๆ สำหรับผู้ใหญ่หนัก 60 กิโลกรัม ก็จะต้องการ 48 – 60 กรัมครับ แต่ในผู้สูงอายุ มีงานวิจัยใหม่ ๆ เริ่มชี้ให้เห็นว่า ผู้สูงอายุควรได้รับโปรตีน 1.0 – 1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน (หากไม่มีโรคประจำตัวที่ทำให้ความต้องการโปรตีนเปลี่ยนแปลงไป เช่น โรคตับ โรคไต โรคมะเร็ง ที่ต้องปรึกษานักกำหนดอาหารเพื่อกำหนดปริมาณโปรตีนเป็นรายบุคคล) ดังนั้นถ้าผู้สูงอายุหนัก 60 กิโลกรัม ก็จะต้องการโปรตีน 60 – 72 กรัมครับ สำหรับปริมาณโปรตีนในอาหาร เพื่อให้คำนวณได้ง่าย ๆ สามารถดูจากตารางด้านล่างนี้ครับ

ชนิดอาหาร ปริมาณ 1 หน่วยบริโภค ปริมาณโปรตีนต่อ 1 หน่วยบริโภค
เนื้อสัตว์สุก 2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม) 7 กรัม
ไข่ไก่ 1 ฟอง (50 กรัม) 7 กรัม
นมถั่วเหลือง 1 แก้ว (240 มิลลิลิตร) 8 กรัม
นมวัว โยเกิร์ต 1 แก้ว (240 มิลลิตร) 8 กรัม
เต้าหู้ขาวอ่อน 2/3 หลอด (180 กรัม) 7 กรัม
เต้าหู้แข็ง ½ แผ่น (60 กรัม) 7 กรัม

 

ดังนั้นจะเห็นว่าจริง ๆ แล้วการจัดอาหารให้ได้โปรตีนเพียงพอสำหรับผู้สูงอายุนั้น ไม่ได้ยากเกินที่จะทำได้ในชีวิตจริงครับ โดยทั่วไปแล้วอาหารอื่น ๆ เช่นข้าวแป้ง ก็จะมีปริมาณโปรตีนอยู่เล็กน้อยอยู่แล้ว (หนึ่งทัพพีไม่พูน ประมาณ 2 กรัม) ดังนั้นถ้ากินข้าวได้มื้อละ 2 ทัพพีไม่พูน ก็จะได้โปรตีน 4 กรัม สามมื้อก็จะเท่ากับ 12 กรัม) ทำให้ปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับจากอาหารอื่น ๆ อยู่ที่ประมาณ 48 – 60 กรัม ซึ่งถ้าลองคำนวณจากตารางด้านบน ก็อาจจะได้เป็น

  • เนื้อสัตว์สุก มื้อละ 4 ช้อนโต๊ะ ให้โปรตีน 42  กรัม
  • นมถั่วเหลือง วันละ 1 แก้ว ให้โปรตีน 8 กรัม
  • ไข่ไก่ วันละ 1 ฟอง ให้โปรตีน 7  กรัม

เท่ากับว่าได้โปรตีนจากอาหารที่เป็นแหล่งของโปรตีน วันละ 57 กรัม ร่วมกับในข้าวแป้งอีกประมาณ 12 กรัม ก็เท่ากับได้วันละ 69-70 กรัม อยู่ในช่วงที่คิดว่าน่าจะเพียงพอครับ สิ่งสำคัญคือ จะเลือกอาหารอย่างไรให้ผู้สูงอายุรับประทานได้มากกว่าครับ ก็ต้องบอกว่า ถ้าผู้สูงอายุมีปัญหาในเรื่องของการเคี้ยว ก็อาจจะต้องเลือกอาหารที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มลง โจ๊กหรือข้าวต้มก็ได้ แต่ต้องเลือกกับข้าวที่เป็นเนื้อสัตว์ให้เพียงพอด้วย ปกติแล้วเนื้อปลาจะเป็นเนื้อสัตว์ที่มีลักษณะอ่อนนุ่มรับประทานง่าย ถ้าเป็นเนื้อสัตว์อื่น ๆ เช่นเนื้อไก่หรือเนื้อหมู ก็อาจจะต้องเลือกส่วนที่มีลักษณะที่นุ่ม นำมาปรุงอาหารในลักษณะที่ทำให้เคี้ยวได้ง่าย เช่น ทำเป็นหมูสับ หรือตุ๋นจนนิ่มครับ หรืออาจจะเลือกรับประทานไข่ ไม่เกินวันละ 1 ฟอง สลับกับเต้าหู้บ้าง ก็น่าจะทำให้ตัวเลือกอาหารมีมากขึ้น ร่วมกับดื่มนมวัว หรือนมถั่วเหลือง (ถ้าดื่มนมวัวแล้วไม่สบายท้อง) ก็น่าจะทำให้ได้รับโปรตีนเพียงพอครับ

นอกจากในเรื่องของการเลือกอาหารเพื่อให้ได้โปรตีนเพียงพอ ในผู้สูงอายุ ก็ควรหมั่นให้มีกิจกรรมทางกาย ให้ผู้สูงอายุได้ขยับเขยื้อนบ้าง มีการออกกำลังกายบ้าง ก็จะเป็นการเพิ่มความอยากอาหาร ทำให้บริโภคอาหารได้มากขึ้น และยังเป็นตัวช่วยชะลอการฝ่อของกล้ามเนื้อได้อีกทางด้วยครับ เพียงเท่านี้ปัญหาการขาดสารอาหาร โดยเฉพาะโปรตีน ก็น่าจะไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลแล้วครับ

อ้างอิง

  • รุจิรา สัมมะสุต. รายการอาหารแลกเปลี่ยนไทย. Thai J Parenter Enteral Nutr. 2004;15(1):33-45.
  • Deutz NE, et al. Protein intake and exercise for optimal muscle function with aging: Recommendations from the ESPEN Expert Group. Clin Nutr. 2014;33(6):929-36.
  • Bauer J, et al. Evidence-based recommendations for optimal dietary protein intake in older people: a position paper from the PROT-AGE Study Group. J Am Med Dir Assoc. 2013;14(8):542-59.

เขียนโดย ฐนิต วินิจจะกูล
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ

แคร์โปร (CarePro) ผู้ดูแลผู้สูงอายุมืออาชีพที่ไม่ใช่แค่แม่บ้าน

           การจะเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย  เขาไม่ได้มีหน้าที่แค่เดินตาม ป้อนข้าว พาไปอาบน้ำเท่านั้น แต่พวกเขาจะต้องมี ใจรักในการดูแล และความอดทนอย่างสูง”  อีกทั้งยังต้องใส่ใจสิ่งที่ผู้สูงอายุชอบไม่ชอบ รับแรงกดดันต่าง ๆ จากญาติ หรือ ตัวผู้สูงอายุเองที่บางครั้งสูญเสียการควบคุมตัวเองไปได้ง่าย ๆ และมีอารมณ์แปรปรวน

          นอกเหนือจากการดูแลแล้วยังต้องทำความสะอาดห้อง และเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้สูงอายุ เรียกง่าย ๆ ว่าดูแลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ ดังนั้นการเริ่มต้นสู่อาชีพแคร์โปร จึงไม่ได้สวยงามนัก แต่มันคืออาชีพที่ต้องใช้ใจรักเป็นตัวหลักที่จะทำให้ผู้สูงอายุ หรือคนไข้เรียกใช้บริการให้พวกเขาดูแลเป็นพิเศษ

       ทักษะการดูแลเบื้องต้น สำหรับแคร์โปร (Carepro)  ที่มีเช่น การวัดสัญญานชีพ, การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย, การดูแลผู้ป่วยติดเตียง และการเช็ดตัว, การสวนอุจจาระ, การกายภาพพื้นฐาน

อีกทั้งทักษะพิเศษที่แคร์โปร (Carepro) สามารถทำได้ เช่น

-การทำแผล
-การให้อาหารทางสายอาหารทางจมูก
-การให้อาหารทางสายอาหารทางหน้าท้อง
-การดูดเสมหะทางปาก
-การดูดเสมหะทางหลอดลมคอ
-การดูแลผู้ป่วยที่มีสายสวนปัสสาวะค้างไว้
-การดูแลแผลถุงขับถ่ายอุจจาระทางหน้าท้อง
-การเจาะตรวจน้ำตาลและการฉีดอินซูลิน
-การสวนปัสสวะทิ้ง

 

สนใจใช้บริการผู้ดูมืออาชีพ Health at home กดที่นี่

สนใจสมัครร่วมงานเพื่อเป็นแคร์โปร (Carepro) กดที่นี่

 

วิธีการเลือกประกันชีวิต สำหรับผู้สูงอายุ ปี 2017

ย่อให้สั้นๆ :

จะเลือกประกันชีวิต สำหรับผู้สูงอายุ ต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง

1. อายุของผู้ทำประกัน
2. วงเงินเอาประกัน
3. เงื่อนไขในการลดหย่อนภาษี/ประหยัดภาษีมรดก
4. สัญญาพ่วงท้าย และเงื่อนไขในรายละเอียด


แค่พูดถึงคำว่า “ประกัน” บางคนอาจจะร้อง ยี้ แรงมากกกก แล้วก็ได้ แต่เดี๋ยวก๊อนนนนนน สิ่งที่เรากำลังจะนำเสนอนี้อาจจะทำให้คุณเปลี่ยนมุมมองของการซื้อประกันชีวิตไปเลย ก็คืออออ ประกันชีวิตผู้สูงอายุ เป็นประกันชีวิตพิเศษ เพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เพราะโดยปกติ ประกันใดๆ ก็ตามถ้าทำเมื่ออายุมากแล้ว จะมีค่าใช้จ่าย และเบี้ยประกันที่แพงม้ากกกก

แต่สำหรับประกันชีวิตที่ทำขึ้นมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ จะมีช่วงอายุที่แคบ  มีการกระจายความเสี่ยงในกลุ่มผู้สูงอายุด้วยกัน ทำให้ผู้สูงอายุจ่ายค่าเบี้ยประกัน เหมือนกับประกันแบบอื่นๆ Continue reading “วิธีการเลือกประกันชีวิต สำหรับผู้สูงอายุ ปี 2017”

เตรียมตัวยังไง ถ้าต้องอยู่คนเดียวตอนแก่ ?

เอ้ะ ชีวิตจะเป็นยังไงนะ ถ้าเกิดเราโสด ขึ้นคานยันแก่ ต้องอยู่คนเดียวตอนแก่ ไม่มีลูก จะเลี้ยงตัวเองยังไงให้มีความสุข ไม่เหงาดีนะ

“พวกเราทุกคนมีสมาชิกผู้สูงอายุในครอบครัวหรือมีเพื่อนสูงวัยที่ต้องการการดูแล ดังนั้นการเข้าถึงบริการทางสุขภาพขั้นพื้นฐานของผู้สูงอายุและการใช้มาตรการที่จะช่วยผู้สูงอายุให้ได้รับประโยชน์จากการบริการดังกล่าวโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในพื้นที่ชนบทห่างไกลจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง” ดร.อูริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว การเข้าถึงการบริการทางสุขภาพในสังคมผู้สูงอายุที่อาศัยในพื้นที่ห่างไกล ดูเป็นเรื่องยากไปเลยนะคะ พวกเขาต้องพึ่งพาผู้ดูแลหรือญาติพี่น้องในการเดินทางมายังสถานพยาบาล ญาติพี่น้องบางครั้งก็ต้องทำงาน บางคนก็ไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกับผู้สูงอายุอีก เพราะต้องออกมาทำงานในเมืองใหญ่ บางคนก็ถึงขั้นไม่มีลูกหลานมาดูแล เพราะไม่มีคู่สามีภรรยา แบบนี้คงเพิ่มความลำบากไปอีกเท่าตัว อาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ ไม่อยากรบกวนคนอื่น แบบนี้จิตใจก็แย่ตามไปด้วย “ร่างกายที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว บวกกับใจที่รู้สึกกังวล” คงทำให้หลายๆคนรู้สึกหดหู่ใจ

Continue reading “เตรียมตัวยังไง ถ้าต้องอยู่คนเดียวตอนแก่ ?”